กีวี่ (KiWi) ผลไม้มากประโยชน์ของคนรักสุขภาพ

Last updated: 8 ส.ค. 2566  |  3999 จำนวนผู้เข้าชม  | 

กีวี่ (KiWi) ผลไม้มากประโยชน์ของคนรักสุขภาพ

หากพูดถึงผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง กีวี่ต้องถูกจัดอยู่ในลิสต์แน่นอน โดยกีวี่จะมีรสชาติเปรี้ยวอมหวานกินแล้วสดชื่น นอกจากจะจัดเป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงแล้ว กีวี่ยังมีวิตามินอีและอุดมไปด้วยใยอาหาร กีวี่ยังมีแคลต่ำ ช่วยเรื่องการทำงานของระบบขับถ่าย จึงเป็นที่นิยมของกลุ่มคนลดน้ำหนัก นอกจากนี้กีวี่ยังมีฤทธิ์ช่วยต้านมะเร็งได้อีกด้วย

 

ถิ่นกำเนิดของกีวี่ 

 


ที่มาของกีวี่ไม่เป็นที่แน่ชัดนักและไม่มีบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร มีการรวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่างๆ โดยมีการระบุว่า เมล็ดพันธุ์ของกีวี่เดินทางมาถึงประเทศนิวซีแลนด์เมื่อศตวรรษที่ 20 โดยมาจากประเทศจีน จุดเริ่มต้นของกีวี่ในนิวซีแลนด์เกิดขึ้นในปี 1904 เมื่อคุณแมรี่ อิซาเบลล์ เฟรเซอร์ ครูใหญ่โรงเรียนหญิงล้วนแห่งหนึ่ง ได้นำผลไม้ที่มีชื่อว่า “หมีเหาเถา” (Mihoutao) ซึ่งแปลว่า “ผลไม้ของลิง” กลับมาจากประเทศจีน และมอบให้กับเกษตรกรคนหนึ่งไปปลูกในฟาร์มริมน้ำของเขาที่เมืองวังกานุย ก่อนที่กีวี่จะเริ่มออกผลช่วงปี 1910  ซึ่งในตอนนั้นฝรั่งจะผลไม้นี้ว่าเรียกว่า “กูสเบอร์รี่จีน” 50 ปีผ่านไป “หมีเหาเถา” หรือ “กูสเบอร์รี่จีน” นี้ ถึงจะเปลี่ยนชื่อมาเป็น “กีวี่” อย่างที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายทุกวันนี้ 

 

 

ประโยชน์ของกีวี่

 

  มีส่วนช่วยในการนอนหลับ

ในกีวี่มีสารต้านอนุมูลอิสระและสารเซโรโทนิน ช่วยเพิ่มคุณภาพการนอนหลับทำให้นอนหลับได้ดีขึ้น เนื่องจากมีงานวิจัยพบว่าเมื่อรับประทานกีวี่ 4-5 ผล/สัปดาห์ก่อนเข้านอน จะช่วยเพิ่มระยะเวลาและประสิทธิภาพการนอนหลับ และยังมีส่วนช่วยในการลดความวิตกกังวล ความเครียดได้อีกด้วย

  ช่วยป้องกันอาการหวัดและการอักเสบของเยื่อบุจมูก

มีการศึกษาในกลุ่มของป่วยเป็นโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจโดยให้ผู้ป่วยรับประทานกีวี่ ผลพบว่าการรับประทานกีวี่จะไปช่วยเพิ่มปริมาณวิตามินซี และวิตามินอี ช่วยบรรเทาอาการปวดศรีษะ และอาการเจ็บคอ ช่วยให้อาการป่วยดีขึ้น

  ช่วยบำรุงสุขภาพหัวใจ

การรับประทานกีวี่จะช่วยเพิ่มระดับคอเลสเตอรอลชนิดที่ดี (HDL) ให้สูงขึ้น จึงอาจจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ และหลอดเลือดในกลุ่มผู้ที่ความดันโลหิตสูง

  ช่วยเสริมการทำงานของลำไส้ให้ดียิ่งขึ้น

กีวี่อุดมไปด้วยเส้นใยอาหาร ซึ่งใยอาหารจะไปช่วยกระตุ้นระบบขับถ่าย ช่วยลดระยะเวลาในการเคลื่อนที่ของอุจจาระเนื่องจากวีกี่จะทำให้อุจจาระนิ่มและเคลื่อนตัวได้ง่าย ทำให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น

  มีส่วนช่วยป้องกันมะเร็ง

กีวี่เป็นผลไม้ที่มีเส้นใยอาหารสูง จึงอาจมีส่วนช่วยในการลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ นอกจากนี้กีวี่มีวิตามินซีสูงโดยวิตามินซีมีส่วนช่วยในการป้องกันการเกิดโรคมะเร็งและยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งได้ และวิตามินซียังมีบทบาทต่อระบบภูมิคุ้มกันอีกด้วย

 

วิตามินและแร่ธาตุในกีวี่

 

  วิตามินเอ 

กีวี่มีวิตามินเอ โดยวิตามินเอมีบทบาทในการบำรุงสายตา ช่วยต้านอนุมูลอิสระ บำรุงผิวพรรณ ลดริ้วรอย บำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง

  วิตามินซี

กีวี่มีปริมาณวิตามินซีสูงเมื่อเทียบกับส้ม มะละกอ โดยวิตามินในวีกี่จะไปช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยป้องกันไข้หวัด และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ กระตุ้นการสร้างเซลล์ใหม่ๆ

  วิตามินอี 

ช่วยชะลอความแก่ชรา ลดความเสื่อมของอวัยวะต่าง ๆ และยังมีส่วนช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล และช่วยในการไหลเวียนของเลือด

  วิตามินบี

ช่วยบำรุงร่างกาย บำรุงระบบประสาทและสมอง ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความเสื่อมของร่างกาย เสริมสร้างพลังงานให้กับร่างกาย บำรุงผิว ผม เล็บให้สุขภาพดี

  ไฟเบอร์ 

กี่วีเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยเส้นใยอาหาร โดยในกีวี่จะมีปริมาณไฟเบอร์มากกว่าแอปเปิ้ลและส้ม 25 % และมากกว่ากล้วย 15 % โดยใยอาหารจะไปช่วยส่งเสริมการทำงานของระบบย่อยอาหาร นอกจากนี้ยังมีส่วนช่วยทำให้อิ่มได้เร็วและอิ่มได้นาน ใยอาหารยังจัดเป็นสารที่ไม่ให้พลังงานอีกด้วย

  โฟเลต 

ในกีวี่มีโฟเลตที่จำเป็นต่อแม่และทารกในครรภ์ เนื่องจากโฟเลตจะช่วยบำรุงเซลล์เม็ดเลือดให้แข็งแรง มีบทบาทสำคัญในการสร้างสารพันธุกรรมจึงจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับเด็กทารกและคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ เพราะเป็นช่วงที่ร่างกายต้องการเซลล์ใหม่เป็นจำนวนมาก การรับประทานโฟเลตเป็นประจำทั้งก่อนและระหว่างตั้งครรภ์ ช่วยทำให้ผิวและเซลล์เม็ดเลือดมีสุขภาพดี

  โพแทสเซียม 

กีวี่มีโพแทสเซียมช่วยในการทำงานของกล้ามเนื้อ รวมไปถึงกล้ามเนื้อหัวใจ มีส่วนช่วยในการทำงานของระบบประสาท ช่วยป้องกันความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด รวมทั้งโรคกระดูกพรุน

 

ข้อควรระวังในการบริโภค

 

  ผู้ป่วยที่มีเลือดออกง่าย 

กีวี่อาจทำให้เลือดแข็งตัวช้าลง จึงอาจทำให้เลือดไหลไม่หยุด


  ผู้ที่ต้องเข้ารับการผ่าตัด 

ไม่ควรรับประทานกีวี่ก่อนการผ่าตัดอย่างน้อย 2 สัปดาห์ เพราะกีวี่อาจทำให้เลือดแข็งตัวช้าลง และอาจทำให้เลือดไหลออกมามากในระหว่างการผ่าตัด


  หญิงตั้งครรภ์และผู้ที่อยู่ในช่วงให้นมบุตร 

การรับประทานกีวี่ควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสมและปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

 

  ผู้ที่แพ้กีวี่ 

ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานกีวี่หรือผลิตภัณฑ์ที่ทำจากกีวี่ เพราะอาจทำให้เกิดอาการแพ้ขึ้นได้ เช่น มีผื่นคันขึ้นตามร่างกาย หายใจไม่ออก หรืออาเจียน

 

          กีวี่เป็นผลไม้ที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ อุดมไปด้วยวิตามินและเกลือแร่หลายชนิดที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่ควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม และผู้บริโภคควรคำนึงถึงปัจจัยอื่นๆ ด้วย เช่น ปริมาณในการรับประทาน อายุ โรคประจำตัว เพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพ

 

          โรงงานผลิตอาหารเสริมพร้อมตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้า เรามีเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิตที่ทันสมัย ประสิทธิภาพสูง การันตีคุณภาพ และมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล ในทุกขั้นตอนการผลิต ได้รับมาตรฐาน GMP HACCP จึงมั่นใจในคุณภาพของสินค้าได้ว่ามีความปลอดภัย และให้ผลลัพธ์อย่างชัดเจน ควบคุมการผลิตโดยเภสัชกร และทีมนักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารเสริมโดยเฉพาะ มีทีมที่ปรึกษาให้คำแนะนำในทุกขั้นตอนเพื่อให้ลูกค้าพึงพอใจอย่างสูงสุด

 

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้