วิตามิน ดี 3 (Vitamin D3) จำเป็นต่อร่างกายอย่างไร ?

Last updated: 23 พ.ย. 2565  |  61225 จำนวนผู้เข้าชม  | 

วิตามิน ดี 3 (Vitamin D3) จำเป็นต่อร่างกายอย่างไร ?

ในยุคที่ทุกคนมีความตื่นตัวด้านการรักษาสุขภาพมากขึ้น วิตามินอาหารเสริมจึงเป็นสิ่งที่หลาย ๆ คนมองหา โดยคนส่วนใหม่มักจะเลือกรับประทานวิตามิน ซี วิตามิน บี หรือวิตามิน อี แต่กลับมองข้ามวิตามิน ดี 3 ไป แต่ในความจริงแล้ววิตามิน ดี 3 เป็นวิตามินที่มีประโยชน์มหาศาลแบบที่คุณอาจคาดไม่ถึง Derma Health จะพากคุณไปทำความรู้จักกับวิตามิน ดี 3 มากขึ้นค่ะ

 

วิตามิน ดี 3 (Vitamin D3) คืออะไร มีหน้าที่อย่างไร ?

 

วิตามิน ดี 3 หรือ Vitamin D 3 คือ วิตามินที่ร่างกายสามารถสังเคราะห์เอง โดยการถูกกระตุ้นจากรังสี UVB ในแสงแดด หรือได้จากการรับประทานอาหารบางชนิด วิตามิน ดี 3 มีหน้าที่หลักในการช่วยดูดซึมแคลเซียม ช่วยให้กระดูกแข็งแรงและป้องกันโรคกระดูกบาง (Osteopenia) และกระดูกพรุน (Osteoporosis) นอกจากนี้ยังมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายอีกด้วย

 

ประโยชน์ของวิตามินดี 3 ที่มากกว่าแค่เรื่องกระดูก

 

  เสริมภูมิคุ้มกัน (Boost Immunity)

การรับประทานวิตามิน ดี 3 อย่างต่อเนื่องจะช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน ลดความเสี่ยงของการเป็นไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ และโรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจให้ร่างกายของเราได้ โดยการเข้าไปกระตุ้นเม็ดเลือดขาว ทำให้เม็ดเลือดขาวตอบสนองต่อเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมได้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีรายงานว่าเมื่อผู้ตืดเชื้อโควิด – 19 ได้วิตามินดีร่วมกับยารักษา จะช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้ดีขึ้นเกินกว่า 50% เพราะวิตามินดีจะช่วยต้านทานไม่ให้โรคลุกลามและรุนแรง ลดการอักเสบในปอด และช่วยให้การทำงานของปอดดีขึ้นโดยเมื่อหายจากการติดเชื้อ

  ลดความเครียด ช่วยในการนอนหลับ และฟื้นฟูผิว

“ซีโรโตนิน” เป็นสารเคมีที่สมองหลั่งออกมาเพื่อช่วยลดความเครียด หลับสบาย ลดความเสี่ยงที่ทำให้เกิดอาการซึมเศร้า เนื่องจากวิตามิน ดี 3 มีความสามารถกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสาร “ซีโรโตนิน” ได้ ทำให้นอนหลับของเรามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จึงส่งผลให้ร่างกายผลิตโกรทฮอร์โมน (Growth Hormone) ได้เพียงพอ ผิวพรรณของเราก็จะดูอ่อนกว่าวัย เปล่งปลั่ง เนียน ชุ่มชื้น นั่นเอง

  เสริมการทำงานของแคลเซียม

แคลเซียม คือสารอาหารที่ช่วยบำรุงกระดูก ที่ต้องอาศัยวิตามิน ดี เป็นตัวกลางช่วยให้ลำไส้ดูดซึมแคลเซียมได้ดีขึ้น รวมถึงช่วยดักจับแคลเซียมที่ล่องลอยอยู่ในกระแสเลือดไปที่กระดูก เพื่อเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรงและหนามากขึ้น ทำให้ลดความเสี่ยงของมวลกระดูกพรุน

  เสริมความแข็งแรงในการออกกำลังกาย

วิตามิน ดี 3 มีส่วนช่วยให้การไหลเวียนเลือดดีขึ้น ทำให้ร่างกายสดชื่น ไม่เหนื่อย ไม่เพลียง่าย สามารถลดการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ รวมถึงหากกล้ามเนื้อได้รับการบาดเจ็บจากการออกกำลังกาย ก็จะถูกซ่อมแซมได้เร็วมากขึ้นด้วย

  ลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็ง

หากร่างของเราได้รับวิตามิน ดี 3 ในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการ จะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งได้ โดยเฉพาะมะเร็งลำไส้ มะเร็งเต้านม และมะเร็งต่อมลูกหมาก

 

ใครบ้างที่อาจขาดวิตามินดี 3 โดยไม่รู้ตัว!

 

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่มีพฤติกรรมดังต่อไปนี้

  • ผู้ที่มักอยู่ในที่ร่ม ผิวไม่ค่อยได้สัมผัสแดด

  • ผู้ที่ใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดด

  • ผู้สูงอายุ เนื่องผิวหนังและไต มีประสิทธิภาพในการสร้างวิตามินดีลดลง

  • ผู้ที่มีผิวสีเข้ม

  • ผู้ที่มีน้ำหนักเกิน หรือมีไขมันสะสม

 

 เมื่อขาดวิตามินดี 3 แล้วจะมีอาการอย่างไร ?

 

อาการเริ่มที่จะสามารถทำให้คุณรู้สึกได้ว่า คุณอาจจะกำลังขาดวิตามิน ดี 3 คือ อาการเหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย ปวดกระดูก ปวดเมื่อยไม่ทราบสาเหตุ อาการในแต่ละคนมีความแตกต่างกันออกไป ไม่สามารถเจาะจงได้ ดั้งนั้นจึงควรเข้ารับการเจาะเลือดเพื่อตรวจหาระดับไฮดรอกซีวิตามินดี 25 (OH) D ในร่างกาย เพื่อผลลัพธ์ที่แน่ชัด หากผลออกมาพบว่าระดับวิตามินดีในเลือด น้อยกว่า 20 นาโนกรัมต่อมิลลิลิตร แสดงว่าคุณกำลังมีภาวะขาดวิตามิน ดี 3 

 

 เพิ่มวิตามินดี 3 ด้วยวิธีการใดได้บ้าง ?

 

  การสัมผัสแสงแดด

ร่างกายจะสามารถสังเคราะห์วิตามิน ดี 3 ขึ้นมาได้หลักจากถูกกระตุ้นโดยแสงแดด ในช่วง 8.00-10.00 น. อย่างน้อย 30 นาที จนถึง 2 ชั่วโมง แต่วิธีนี่อาจทำให้เกิดปัญหาผิวคล้ำเสีย ฝ้า กระ จุดด่างดำ ตามมาได้

  การรับประทานอาหารที่มีวิตามินดี 3

การรับประทานอาหารที่มีวิตามิน ดี 3 คืออีกหนึ่งวิธีที่ช่วยเพิ่มวิตามิน ดี 3 ให้กับร่างกายเราได้ โดยวิตามิน ดี 3 พบได้ในอาหารหลายชนิด รวมถึงยังสามารถพบวิตามิน ดี 3 ได้ในผลิตภัณฑ์อาหารเสริมบำรุงร่างกายอีกด้วย

 

แหล่งอาหารที่พบวิตามินดี 3

 

  วิตามินดี 3 ในอาหารประเภทต่างๆ

อาหารที่มีวิตามิน ดี 3 สูง ได้แก่ อาหารจำพวกปลาแซลมอน น้ำมันตับปลา ไข่แดง เป็นต้น

  วิตามินดี 3 ในอาหารเสริม

การรับประทานอาหารเสริมวิตามิน ดี 3 ซึ่งเป็นทางเลือกที่ค่อนข้างสะดวกและทำให้มั่นใจได้ว่า ร่างกายของเราจะได้รับวิตามิน ดี 3 ในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการ ทำให้ร่างกายของเรานำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและประโยชน์สูงสุด

 

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์อาหารเสริมวิตามิน ดี 3

Immu Boosting Jelly Strip ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มภูมิต้านทานของร่างกาย ผสมผสานสารสกัดจากธรรมชาติที่มีผลการศึกษารับรองว่าช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน มีส่วนผสมของโสมสกัดรูปแบบพิเศษ ที่ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของออกซิเจนเข้าสู่เซลล์ ทำให้เซลล์ระบบภูมิคุ้มกันสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังอุดมไปด้วย Yeast beta glucan, Elderberry, Acerola cherry, Emblica และ Finger root นอกจากนี้ในสูตรตำรับยังมีส่วนผสมของ วิตามิน C, Zinc amino acid chelate และวิตามิน D3

 

กินวิตามินดี 3 ตอนไหน วันละเท่าไหร่จึงจะดี ?

เนื่องจากเป็นวิตามินที่ละลายในไขมันได้ดี จึงควรทานระหว่างมื้ออาหาร หรือหลังอาหารเช้า/กลางวัน ไม่เกิน 30 นาที เพื่อให้ร่างกายสามารถดูดซึมวิตามินดีได้มากที่สุด ปริมาณวิตามิน ดี 3 ที่แนะนำสำหรับบุคคลทั่วไป แบ่งออกได้ตามช่วงอายุ ดังนี้

  • สำหรับเด็กทารก ปริมาณที่แนะนำต่อวัน 400 IU (10 ไมโครกรัม)

  • สำหรับเด็กและผู้ใหญ่ที่อายุไม่เกิน 70 ปี ปริมาณที่แนะนำต่อวัน 600 IU (15 ไมโครกรัม)

  • สำหรับผู้ใหญ่ที่อายุ 70 ปี ขึ้นไป ปริมาณที่แนะนำต่อวัน 800 IU (20 ไมโครกรัม)

  • เด็กแรกเกิด – อายุ 6 เดือน ปริมาณที่แนะนำต่อวัน 1000 IU (25 ไมโครกรัม)

  • อายุ 7-12 เดือน ปริมาณที่แนะนำต่อวัน 1,500 IU (38 ไมโครกรัม)

  • เด็กอายุ 1-3 ปี ปริมาณที่แนะนำต่อวัน 2,500 IU (63 ไมโครกรัม)

  • เด็กอายุ 4-8 ปี ปริมาณที่แนะนำต่อวัน 3,000 IU (75 ไมโครกรัม)

  • เด็กอายุ 9-18 ปี ปริมาณที่แนะนำต่อวัน 4,000 IU (100 ไมโครกรัม)

  • อายุมากกว่า 18 ปี ขึ้นไป ปริมาณที่แนะนำต่อวัน 4,000 IU (100 ไมโครกรัม)

 

หลังจากอ่านบทความนี้จบ หลาย ๆ คนคงเข้าใจแล้วว่าวิตามิน ดี 3 มีประโยชน์ที่มากกว่าการบำรุงกระดูก แต่ยังเป็นส่วนที่จะเข้ามาช่วยเสริมภูมิคุ้มกันในกับร่างกายของเรา ในช่วงที่การระบาดของเชื้อโควิด – 19 อีกด้วย แต่การจะดูแลสุขภาพร่างกาย ยังมีต้องมีสารอาหารอื่น ๆ ด้วย ร่างกายของเราจึงจะได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนและเพียงพอ ที่จะเสริมสร้างให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง สามารถอ่านต่อได้ที่บทความ วิตามินอาหารเสริม หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ให้กับทุก ๆ คนนะคะ

     Derma Health โรงงานรับผลิตวิตามินอาหารเสริมมาตรฐานสากล เราเชี่ยวชาญการผลิตอาหารเสริมและพัฒนาในรูปแบบ ORM (Original Research Manufacturer) โดดเด่นด้านนวัตกรรมการผลิต นำเข้าสารสกัดจากทั่วโลก เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เรามีทีมการตลาดและทีมออกแบบมืออาชีพที่จะคอยอยู่เคียงข้างและให้คำปรึกษาลูกค้า เพื่อสามารถแข่งขันกับผลิตภัณฑ์อื่นในท้องตลาดได้

     หากสนใจผลิตวิตามินอาหารเสริม เรามีทีมพร้อมให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการผลิตวิตามินอาหารสร้างแบรนด์ทุกรูปแบบ สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้